ราคาแหวนเพชร

สามารถอ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ ราคาแหวนเพชร

ราคาแหวนเพชร ราคาแหวน บ่อยครั้งที่ผมได้ยินคำถาม ประมาณว่า "ราคาแหวนเพชรวงนี้ แพงมั้ยครับ" หรือ "ราคาแหวนวงนี้เหมาะสมรึป่าว" ก่อนที่เราจะสามารถบอก หรือประเมินได้ว่า แหวนเพชรวงหนึ่งๆ มีราคาสมเหตุสมผลรึไม่ (แต่คำว่า สมเหตุสมผลของแต่ละคน อาจแตกต่างกัน) เราต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนประกอบของแหวนเพชรวงหนึ่งๆก่อนครับ การที่เราทราบส่วนประกอบของแหวน จะทำให้เราสามารถประเมินได้อย่างคร่าวๆว่า ราคาแหวนที่เห็น สูงเกินควรหรือไม่ และถ้าสูงไป เราจะสามารถต่อรองราคาได้สักเท่าไหร่ ลองมาดูองค์ประกอบของแหวนเพชรวงหนึ่งๆ นะครับ



  1. เพชรเม็ดกลาง (Center Diamond) เพชรเม็ดกลาง ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญที่สุด และมีราคาสูงที่สุดครับ สามารถตรวจสอบราคาเพชรเบื้องต้น ตามคุณภาพสี และความสะอาดของเพชรได้ที่นี่ครับ ราคาเพชร จากตัวอย่างในตารางราคาเพชรอ้างอิง เพชรขนาด 40 ตังค์ น้ำ 95 (I), VS1, ราคาต่อกะรัต อยู่ที่ 61,690 บาทต่อกะรัต ถ้าเพชรหนัก 0.40 กะรัต ราคาจะเท่ากับ 24,676 บาทต่อเม็ดโดยประมาณ การตรวจสอบเบื้องต้นว่า ราคาเพชรถูกหรือแพง สามารถยึดเกณฑ์คร่าวๆ ดังนี้ครับ

    • ถ้าราคาที่ได้อยู่ในช่วง -10% - +10% ของราคานี้ ถือได้ว่า ราคาใช้ได้ครับ ไม่ถูกไม่แพง
    • ถ้าราคาเพชรอยู่ในช่วง -20% - (-10%) ถือว่าราคาถูกทีเดียวครับ
    • ถ้าราคาต่ำกว่าราคาอ้างอิงถึง 20% ถือว่า ราคาถูกมากๆ ครับ รีบซื้อด่่วน
    • ถ้าราคาเพชรอยู่ในช่วง +10% - +20% ถือว่าเป็นราคาค่อนข้างแพง
    • ถ้าราคาเพชรสูงกว่า +20% ถือว่าเป็นราคาแพงครับ
    • ถ้าราคาเพชรสูงกว่า +30% ถือว่าเป็นราคาแพงมากๆครับ รีบวิ่งหนีโดยด่วน ^^
  2. เพชรบ่า (Side Diamond) เพชรบ่าหรือ Side diamond เป็นอีกส่วนประกอบหนึ่งของแหวนเพชร ครับ และแน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อราคาแหวนเพชร แต่แหวนเพชรบางแบบอย่างแบบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยว ก็อาจไม่มีเพชรบ่า หรือเพชรล้อมก็ได้ครับ สำหรับเพชรที่นิยมนำมาใช้เป็นเพชรบ่า หรือเพชรล้อม มักมีขนาดตั้งแต่ประมาณ ครึ่งตังค์ ถึง ห้าตังค์ได้ครับ และคุณภาพที่ใช้โดยมากจะเป็นเกรด H-I/VS-SI ครับ ราคาต่อกะรัตโดยประมาณอยู่ที่ 23000-25000 ถ้าถูกกว่า 23000 ก็ถือว่าถูกครับ ถ้าแพงกว่า 27,000 ถือว่า แพงครับ 
  3. ตัวเรือนแหวน ตัวเรือนถือเป็นอีกส่วนประกอบสำคัญของแหวนเพชร และส่งผลต่อราคาแหวนเพชร ว่าจะถูกหรือแพง เพื่อให้เป็นการง่าย ตัวเรือนในที่นี้ผมจะกล่าวถึงเฉพาะ ตัวเรือนทอง 18K (18K White Gold, Pink Gold, Yellow Gold) ราคาแหวนเพชรในส่วนของตัวเรือน ประกอบด้วยสองส่วนหลักๆ ได้แก่

    • โลหะมีค่า (Precious Metal) - ปริมาณหรือน้ำหนักของโลหะมีค่า (ในที่นี้คือทอง 18K) มีผลโดยตรงต่อราคาแหวนเพชรครับ แน่นอนว่ายิ่งใช้ทองมาก น้ำหนักเยอะ ราคาแหวนเพชรก็ยิ่งสูง การประเมินราคาแหวนเพชรในส่วนโลหะมีค่า คิดได้คร่าวๆดังนี้ครับ ใช้ราคาทองปัจจุบัน เช่น อย่างตอนนี้ ทองบาทละประมาณ 20000 บาท นำมาหารด้วย 15.2 จะได้ราคาทองต่อกรัม โดยประมาณ เป็น 1315 บาทต่อกรัม คราวนี้ต้องบวกเผื่อค่่าสูญเสีย ระหว่างกระบวนการผลิต หรือที่เรียกในวงการว่าค่าซิ (ซึ่งถ้าเป็นการขึ้นตัวเรือนด้วยมือบางครั้งอาจสูงถึง 30%) รวมถึงกำไรของผู้ขาย ประมาณ 30-50% คร่าวๆ ราคาแหวนต่อกรัม ก็จะประมาณ 1700-1900 บาท ได้ครับ ถ้าได้ราคาประมาณนี้ ถือว่า ใช้ได้ครับ ถ้าต่ำกว่านี้ก็ถือว่าถูก และถ้าราคาสูงกว่ากรัมละ 2300 ถือว่าแพงครับ
    • ค่าแรง - ค่าแรงช่างในการขึ้นตัวเรือน ถือว่าหลากหลายมาก แล้วแต่คุณภาพของงาน แหวนแบบคล้ายๆ กัน ค่าแรงต่อวง อาจเริ่มตั้งแต่ วงละ 500-3000 ได้ครับ ขึ้นอยู่กับคุณภาพและฝีมือของช่าง ถ้างานคุณภาพดี ไม่มีตามด ขนแมว ตัวเรือนสวยได้รูปทรง งานขัดเงาได้มาตรฐาน ค่าแรงประมาณ 2000-3000 ถือว่าไม่แพงครับ 3000-4000 ยังพอรับได้ แต่ถ้าสูงกว่า 4000 นี่ ผมว่าแพงไปครับ (อันนี้ยกตัวอย่างแหวนนะครับ สำหรับตัวเรือนชิ้นใหญ่กว่านี้ เช่นสร้อยคอ สร้อยข้อมือ ค่าแรงจะสูงกว่านี้ครับ)
  4. ตัวอย่างการคำนวณ สมมติเราเจอแหวนเพชร หนึ่งวง เพชรเม็ดกลางเป็นน้ำ 95, IVS1 40 ตังค์ ตัวเรือนเป็นทองหนัก 18K หนัก 3 กรัม มีเพชรบ่าเล็ก ด้านละ 4 เม็ด รวม 8 เม็ด หนัก 16 สตางค์ ราคาแหวนเพชรวงนี้จะประมาณเท่าไหร่ครับ ถึงถือว่าไม่แพง? เพชรราคาประมาณ 22,208-27,143 (จากข้อ 1, 24,676 +-10%) เพชรบ่าประมาณ 3,680-4,000 (23000x0.16 - 25000x0.16) ค่าทอง 5100-5700 (1700x3 - 1900x3) และค่าแรง 2000-3000 รวมเบ็ดเสร็จราคาแหวนเพชร เท่ากับ 32,988-39,843 

    โดยปกติแล้ว การตั้งราคาสินค้านั้น มักจะขึ้นกับอัตราการหมุนเวียนของสินค้า ด้วยครับ อย่างเช่น สินค้าที่ขายที่ BigC นั้น มีมาร์จินค่อนข้างต่ำ (ต่ำกว่า 5%) แต่ว่าสินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าหมุนเร็ว ในหนึ่งปีอาจซื้อสินค้า และขายสินค้าหมดและซื้อเข้ามาใหม่เป็นรอบๆ มากกว่า 4-5 รอบ ทำให้กำไรเมื่อเทียบกับส่วนของทุนยังสูงอยู่ แต่สำหรับสินค้าประเภทเครื่องประดับนั้น อัตราหมุนเวียนต่ำกว่ามาก อาจจะใช้เวลาทั้งปี เพื่อขายสินค้าทั้งหมด อัตรากำไรจึงจำเป็นต้องสูงขึ้น อัตรากำไรขั้นต้น สำหรับสินค้าจิวเวลลี่ เท่าที่ผมสังเกต จะอยู่ที่ประมาณ 20-40% ซึ่งถ้ายังอยู่ในช่วงนี้ ผมเห็นว่ายังอยู่ในระดับที่รับได้ ไม่แพงครับ